ข้อห้ามมิให้บวชแก่กุลบุตรที่บิดามารดามิได้อนุญาต

พระพุทธองค์ทรงบัญญัติข้อห้ามมิให้บวชแก่กุลบุตรที่บิดามารดามิได้อนุญาต ดังเรื่องมีอยู่ว่าฝ่ายพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา เมื่อได้ทรงทราบดังนั้นก็ทรงมีความทุกข์เป็นอย่างยิ่ง ได้รีบเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วก็ทูลถึงความทุกข์ในพระราชหฤทัยว่า  เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จออกทรงผนวชนั้นก็ทรงประสบความทุกข์อย่างใหญ่ เป็นครั้งแรก ครั้นเมื่อพระนันทะออกทรงผนวชอีก ก็ทรงประสบความทุกข์เป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังหวังอยู่ว่ายังมี พระราหุลจะทรงเป็นผู้สืบพระราชวงศ์ต่อไป แต่มาครั้งนี้พระราหุลมาทรงบรรพชาอีก ก็ยิ่งทรงประสบความทุกข์อย่างหนัก เป็นครั้งที่ ๓ เพราะฉะนั้นก็ทรงขอประทานพร

พระพุทธเจ้าข้อหนึ่ง พระพุทธเจ้า ตรัสตอบว่า ได้ทรงล่วงพรเสียแล้ว พระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดาก็ทูลโดยความว่า ก็มิใช่จะเป็นการบังคับ เมื่อทรงเห็นสมควรก็ประทาน เมื่อไม่ทรงเห็นสมควร ก็อย่าประทาน พระพุทธเจ้าก็ทรงให้พระเจ้าสุทโธทนะตรัสว่า จะทรงขออะไร พระเจ้าสุทโธทนะก็ได้ทูลขอพรข้อหนึ่งว่า

“ต่อไปเมื่อพระสงฆ์จะบวชผู้ใดให้ผู้นั้นได้รับอนุญาตจากมารดาบิดาก่อน เพราะได้ทรงปรารภถึงความทุกข์ที่เกิดแก่พระองค์ครั้งนี้ว่ามากมายนัก ก็อย่าให้ความทุกข์เช่นนี้ เกิดขึ้นแก่มารดาบิดาอื่นเลย พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต และก็ได้ทรงสั่งพระสงฆ์ว่าจะบวชใครก็ต้องให้ผู้นั้นได้รับอนุญาตจากมารดาบิดาเสียก่อน”

ตลอดมาถึงบัดนี้

นี่จึงเป็นมูลเหตุเบื้องต้นนับแต่นั้นมา ที่มีข้อกำหนดว่าเมื่อผู้ประสงค์จะบรรพชาเป็นสามเณร หรือ อุปสมบทเป็นพระภิกษุจะต้องได้รับอนุญาตจากบิดา-มารดาเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ เว้นไว้แต่มารดา-บิดา ไม่มีชีวิตอยู่ดังนั้นเมื่อจะทำการบรรพชา หรืออุปสมบท พระสงฆ์ผู้จะทำการให้ก็จะถามก่อนเป็นอันดับแรกว่า บิดา-มารดา ท่านได้อนุญาตหรือยัง หากว่ายังก็ให้ไปขออนุญาตก่อน

อ้างอิงข้อมูลมาจาก :  ทรงบัญญัติข้อห้ามมิให้บวชแก่กุลบุตรที่บิดามารดามิได้อนุญาต